HOME

posted on 31 Dec 2010 00:12 by redantbehavior
     


Behavior

posted on 31 Dec 2010 00:01 by redantbehavior

Highlight Behavior



พฤติกรรมเด่น

Look after insect

  • พฤติกรรมอันสุดแสนฉลาดของ มดแดงนั่นก็คือ การเลี้ยงแมลงเอาไว้กินน้ำหวาน ลองมาดูทำเนียบแมลงกันบ้างว่า เจ้ามดแดงเลือกเลี้ยงแมลงชนิดใดเป็นพิเศษ และมีสัดส่วนอย่างไรบ้าง

 

  • คุณสมบัติ หลักของแมลงที่จะได้รับการเลี้ยงดูเป็นพิเศษอันดับแรกก็คือ ต้องขับถ่ายน้ำหวานออกมาได้ ซึ่งก็คงไม่พ้นแมลงจำพวกเพลี้ยทั้งหลาย ยกตัวอย่างเช่น เพลี้ยหอยสีเขียว เพลี้ยอ่อนสีน้ำตาล เพลี้ยจักจั่นมะม่วง เพลี้ยแป้งส้ม จักจั่นเขา หรือแม้แต่หนอนผีเสื้อสีน้ำเงิน โดยมดจะใช้ปลายหนวดเคาะบนตัวเพลี้ย เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เพลี้ยปล่อยน้ำหวานออกมาทางท่อหรือต่อมบริเวณส่วน ท้ายของร่างกาย

  • นอกจากจะกินน้ำหวานจาก แมลงเหล่านี้แล้ว มันยังได้รับสิทธิพิเศษ นั่นก็คือ มดแดงที่เป็นแมลงสุดแสนดุร้ายจะไม่ทำร้ายทำอันตรายเพลี้ยเหล่านี้ แถมยังคอยปกป้องดูแลเป็นอย่างดีจากศัตรูที่มารบกวน เท่านั้นยังไม่เพียงพอ ยังอำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายเพลี้ยเหล่านั้นไปยังแหล่งอาหารใหม่ๆ ที่มีความอุดมสมบูรณ์ในพื้นที่อื่น และนั่นก็เป็นการได้ประโยชน์ด้วยกันทั้งสองฝ่ายอย่างแท้จริง แถมยังปลอดภัยอย่างแน่นอนอีกด้วย

 

General Behavior

  • พฤติกรรมการเคลื่อนที่ของมด (Locomotion)
  • มดสามารถหาเส้นทางที่สั้นที่สุดจากรังไปสู่แหล่งอาหารได้ ถึงแม้จะมีสิ่งอื่นมารบกวนระหว่างเส้นทางที่เดินทางก็ตาม ดังตัวอย่างการทดลองนำอาหารไปไว้ใกล้รังมด มดจะเดินตามกันไปและกลับตามเส้นตรงที่ลากไว้ระหว่างรังกับอาหาร 

  • การเดินตามกันไปนี้มดจะเดินตามกลิ่นของฟีโรโมนที่มดตัวหน้าปล่อยไว้ เพราะฉะนั้นปริมาณ    ฟีโรโมนตามเส้นทางจะมีปริมาณเพิ่มขึ้นตามจำนวนมดที่เดินไป ถึงแม้จะมีบางส่วนระเหยไปบ้างก็ตาม และพบว่ามดจะเดินไปตามเส้นทางที่มีปริมาณฟีโรโมนเข้มข้นกว่าเส้นทางที่มีปริมาณฟีโรโมนเจือจาง จากความรู้ดังกล่าวจึงใช้เป็นพื้นฐานในการศึกษาต่อไปว่า มดสามารถค้นหาเส้นทางที่ไปยังแหล่งอาหารที่มีระยะทางสั้นที่สุดได้อย่างไร ทำการทดลองโดยนำสิ่งกีดขวางไปกั้นบนเส้นทางเดินของมดระหว่างรังมดกับอาหาร

 

  • เมื่อมีสิ่งกีดขวางกั้นทางเดินของมด มดก็จะพยายามเดินไปข้างหน้าตามกลิ่นของฟีโรโมน แต่ก็ไปไม่ได้ มีทางเลือก 2 ทางที่ทำได้ คือจะเดินอ้อมไปทางซ้ายหรือทางขวา ซึ่งคาดว่ามดจำนวนครึ่งหนึ่งควรจะเดินอ้อมไปทางซ้าย และอีกครึ่งหนึ่งอ้อมไปทางขวางและทั้ง 2 กลุ่ม จะมาพบกันตามเส้นทางเดิมที่มีกลิ่นฟีโรโมน

 

  • แต่จากข้อเท็จจริงที่ว่าเส้นทางที่มีระยะสั้นกว่าจะได้รับกลิ่นของฟีโรโมนที่ตกค้างอยู่ตามทางเดินเดิมได้แรงกว่าเส้นทางที่ยาวกว่า มดส่วนใหญ่จึงเลือกเดินอ้อมสิ่งกีดขวางไปในเส้นทางที่มีระยะสั้นกว่า และมดส่วนใหญ่ที่เดินทางนี้จะปล่อยฟีโรโมนออกมาสะสมในเส้นทางนี้มากขึ้น และจากข้อเท็จจริงที่ว่ามดชอบเดินตามกลิ่นฟีโรโมนที่แรงมากกว่าที่มีกลิ่นฟีโรโมนจางกว่า มดทุกตัวจึงเลือกเดินอ้อมสิ่งกีดขวางที่มีระยะทางสั้นกว่า

 

  • ดังนั้นการค้นหาเส้นทางที่มีระยะทางที่สั้นที่สุดจากรังไปยังอาหารของมดสัมพันธ์กับรูปร่างของสิ่งกีดขวางและพฤติกรรมการแยกย้ายไปหาอาหารของมด
 

กระบวนการสร้างรังของมดแดง (Nest Construction)

 

  • มดแดงทุกตัวจะมีใยพิเศษ ที่สร้างมาจากกรดน้ำส้มหรือกรดมดจากส่วนท้องผสมกับเยื่อหรือยางของใบไม้ถ้ากล่าวในเชิงวิทยาศาสตร์โครงสร้างของใบไม้จะมีแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตปนอยู่ มดแดงจะดึงใบไม้มายึดให้ติดกันโดยใช้ใยนี้เมื่อแห้งจะมีสีขาวและเหนียว คล้ายสำลี ยึดติดให้ใบไม้เป็นรูปทรงกลมสามารถป้องกันน้ำฝนได้
  • มดแดงชอบทำรังอยู่ตามต้นไม้ที่ขึ้นอยู่ใกล้แหล่งน้ำ เช่น ริมลำห้วย ลำธาร หนองน้ำ จะพบมดแดงอาศัยทำรังอยู่อย่างหนาแน่นมากกว่าแหล่งที่ไม่มีน้ำ เนื่องจากมดแดงต้องการน้ำมากเพื่อใช้ในการสร้างกรดน้ำส้ม บรรจุไว้ในส่วนท้องแล้วนำไปใช้ในการดำรงชีวิตของมัน
  • ต้นไม้ที่มดแดงชอบทำรัง ได้แก่ต้นไม้ที่มีใบอ่อน นุ่ม หนา ไม่ผลัดใบง่าย มีอัตราการคายน้ำคายก๊าซออกซิเจนที่ดี เช่น ต้นหว้า ชมพู่ สะเม็ก มะม่วง ลำไย มะเฟือง มะไฟต้นจิก ต้นรัง ต้นพอก กะบก กะบาก เป็นต้น
  • ในฤดูฝนมดแดงจะสร้างรังอยู่ตามต้นไม้เล็กๆไม่สูงมากนักเนื่องจากการสร้างรังในที่สูง มดแดงจะประสบกับปัญหาจาก ลม ฝนพายุ ทำให้รังได้รับความเสียหาย จึงพากันสร้างรังขนาดเล็ก หลายๆ รังในที่ต่ำเกือบติดดิน เพื่อป้องกันความเสียหายดังกล่าวดังนั้นหากมีใบของพืชประเภทไม้เลื้อย เช่น บวบ ม้วนหมู ตำลึงหรือไม้เถาพื้นบ้าน มดแดงจะสร้างรังอาศัยอยู่ทันที

 

พฤติกรรมการหาอาหารและการสะสมอาหาร (Food Cultivation)
 

  • การหาอาหารของมด  ถ้าดูที่ส่วนปากของมดแล้วพบว่า จะมีส่วนที่ใช้กัดและกินรวมไปถึงส่วนที่ใช้ดูดด้วย ดังนั้นมดส่วนมากสามารถดูดน้ำเลี้ยงพืชหรือของเหลวจากแมลงที่ขับถ่ายออกมาได้ รวมไปถึงการกัดและกินพืชที่ตายแล้วหรือชิ้นส่วนของสัตว์ มดงานส่วนใหญ่เป็นพวกตัวห้ำหรือกินซากสัตว์ (scavengers) อาหารของมดนั้นค่อนข้างกว้าง ประกอบด้วย สัตว์ที่ขาเป็นปล้องและเมล็ดพืช มดตัวเต็มวัยกินอาหารที่เป็นของเหลว โดยสะสมของเหลวจากเหยื่อที่จับได้หรือขณะที่ดูแลพวกเพลี้ยต่างๆ และแมลงกลุ่มอื่นๆ เหยื่อที่เป็นของแข็งนั้นก็จะนำกลับไปที่รังโดยมดงาน ตามปกติจะเป็นอาหารของตัวอ่อนมด ตัวเต็มวัยที่อยู่ในรังได้แก่ ราชินี ได้รับอาหารจำนวนมากหรือทั้งหมดจากมดงานที่หาอาหารได้โดยตรง ระหว่างที่หาอาหาร มดงานจะสะสมของเหลวซึ่งจะเก็บสะสมไว้ที่ส่วนบนของระบบย่อยอาหาร เมื่อกลับไปยังรัง มดงานเหล่านี้จะสำรองของเหลวที่สะสมไว้และผ่านเข้าไปยังมดงานตัวอื่นๆ ขณะที่มดงานส่วนมากจะกินอาหารแตกต่างกันออกไป มีมดบางชนิดเจาะจงอาหารในวงแคบๆ

 

  • โดยทั่วไป มดชอบออกหากินไม่ช่วงกลางวันก็กลางคืน การออกหากินของมดบางชนิดเกิดขึ้นทั้งกลางวันและกลางคืน ในบริเวณที่แห้งแล้ง กิจกรรมการหาอาหารของมดจำนวนมากขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ บางชนิดมีกิจกรรมระหว่างช่วงเช้าหรือเย็นเท่านั้น ส่วนบางชนิดมีกิจกรรมระหว่างตอนที่ร้อนที่สุดของวัน
 



Taxonomy

posted on 30 Dec 2010 23:59 by redantbehavior

อนุกรมวิธาน


  • อาณาจักร - Animalia
  • ไฟลัม - Arthropoda
  • ซับไฟลัม - Hexapoda
  • คลาส - Insecta
  • ซับคลาส - Pterygota
  • ออเดอร์ - Hymenoptera
  • ซับออเดอร์ - Apocrita
  • แฟมิลี่ - Formicidae -- ants, fourmis
  • ซับแฟมิลี่ - Myrmicinae
  • จีนัส - Oecophylla
  • สปีชีส์ - smaragdina

Morphology

posted on 30 Dec 2010 23:57 by redantbehavior

รูปร่างลักษณะของมดแดง

 


  • มดแดง มีลำตัวสีส้มค่อนแดงความยาวตลอดลำตัวประมาณ 1 เซนติเมตร ชาวบ้านโดยทั่วไป เรียกว่า “มดแดง” บางท้องถิ่น เช่นชาวผู้ไท เรียกว่า “มดส้ม” ฝรั่งเรียกว่า “Red Ant” ในทางวิทยาศาสตร์ มดแดงจัดเป็นสัตว์อยู่ใน ไฟลัมอาร์โทรโปดา (Artropoda) อยู่ในคลาส อินเซกต้า (Insecta Class) สัตว์ที่อยู่ในคลาสนี้ได้แก่สัตว์จำพวกแมลงต่างๆ เช่น ตั๊กแตน มด ปลวก ผีเสื้อ ต่อ แตน ผึ้ง ฯลฯสัตว์จำพวกนี้ มีร่างกายแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ

 

  • 1. ส่วนหัวมีอวัยวะที่สำคัญ คือ หนวด 1 คู่ ใช้ในการติดต่อสื่อสาร ตา 1 คู่ และปากซึ่งมีเขี้ยวที่แหลมคม ใช้ประโยชน์ในการขบกัดต่อสู้ศัตรู กัดกินอาหารรวมทั้งกัดแทะเยื่อใบไม้ ในการสร้างรัง
  • 2. ส่วนอก มีอวัยวะที่สำคัญ คือขาที่เรียวเล็ก ยาว จำนวน 3 คู่ ภายในร่างกาย (Body) มีท่อสำหรับการหายใจโดยใช้ท่อลม (Trachea) ที่มีกิ่งก้านสาขาแยกไปทั่วร่างกาย และเปิดออกสู่ ภายนอกตรงช่อง Spiracle ซึ่งอยู่ข้างลำตัว มีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างในการเจริญเติบโต ตามกระบวนการ Metamorphosis
  • 3. ส่วนท้อง เป็นส่วนที่อยู่หลังสุดของมดแดงเป็นศูนย์รวมของน้ำกรด หรือกรดมดที่มีความเป็นกรดพอดีมดแดงใช้กรดนี้เป็นประโยชน์ในการสร้างรัง ต่อสู้ขับไล่ศัตรูผู้รุกราน

Life Cycle

posted on 30 Dec 2010 23:56 by redantbehavior
วงจรชีวิตของมดแดง
วงจรชีวิตของมดแดงจะแบ่งเป็นช่วงๆและแน่นอน แบ่งเป็น 3 ช่วง คือ


1. การกำเนิดอาณาจักร
  • รังของมดแดงเกิดขึ้นหลังจากการผสมพันธุ์ระหว่างมดเพศผู้และมดเพศเมีย ในช่วงฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ ถึง กลางเดือนพฤษภาคม รังมดแดงทั่วไปเริ่มจากมดราชินี 1 ตัว โดยมดเพศผู้ (Male) และเพศเมีย (Female) จะบินออกจากรังที่เป็นบ้านะที่อาศัยพร้อมด้วยมดเพศผู้และมดเพศเมียจากรัง อื่นๆบริเวณใกล้เคียง มดเพศเมียจะปล่อยสารเคมีชื่อ ฟีโรโมน ซึ่งมีอยู่ในมดทุกตัว เป็นสัญญาณให้ตัวผู้ตามกลิ่นมาผสมพันธ์ สันชาตญาณแห่งการดำรงชีวิตเผ่าพันธุ์จึงเกิดขึ้นในบริเวณนี้ มดเพศเมียจะผสมพันธุ์กับมดเพศผู้ 1 ตัว หรือ 2-3 ตัว เพราะในชั่วชีวิตของมดเพศเมียจะผสมพันธุ์เพียงครั้งเดียวเท่านั้น มดเพศเมียจะรักษาหน่อเชื้อของมดงานรุ่นต่อๆไปเอาไว้ตลอดชีวิต เมื่อการผสมพันธุ์เสร็จสิ้นลงมดเพศเมียจะกลายเป็นมดราชินี (Queen) ส่วนมดเพศผู้เมื่อผสมพันธุ์แล้วจะตายไป หน้าที่การดำรงค์เผ่าพันธุ์ของมดเพศผู้จึงหมดลง มดราชินีจะบินอยู่ในอากาศ เพื่อจะค้นหาพื้นที่ๆเหมาะสมในการทำรัง ช่วงที่มดราชินีค้นหาพื้นที่สร้างรังนั้น มดราชินีจะกัดหรือสลัดปีกออกทิ้ง เนื่องจากไม่ต้องการใช้ปีกแล้ว เหตุที่มดราชินีต้องสร้างรังขึ้นมานั้น เพราะมดราชินีต้องใช้รังเพื่อวางไข่ และสร้างครอบครัวมดแดง

2.ช่วงเริ่มต้นอาณาจักร
 
  • ช่วงเริ่มต้นครอบครัวของมดแดง มดราชินีจะทำทุกอย่างในรัง การหาอาหารนั้นราชินีจะวางไข่ในรังเมื่อไข่ที่วางไว้เริ่มเป็นตัวอ่อน มดราชินีอาจจะมาหาอาหารนอกรังเพื่อตัวราชินีและตัวอ่อน หรือมดราชินีจะขย้อนของเหลวภายในตัวของมดราชินีเอง ซึ่งอยู่บริเวณกล้ามเนื้อปีกให้เป็นอาหารของตัวอ่อน ดังนั้นในช่วงเริ่มต้นครอบครัวของมดแดง มดราชินีจะมีบทบาทหน้าที่มากทั้งการสร้างรัง วางไข่ ป้องกันศัตรู การหาอาหารเพื่อเลี้ยงตัวเองและตัวอ่อน มดงานรุ่นที่1จะมี ขนาดเล็ก กว่ามดงานรุ่นถัดๆมา เพราะว่าอาหารที่ได้จากมดราชินีนั้นมีจำนวนจำกัด ในช่วงปีแรกจะมีงานออกมาประมาณ 10-20 ตัว ในปีต่อมาจะเพิ่มเป็น 30-100 ตัว และจะเพิ่มขึ้นตามอายุของราชินี ส่วนมดงานรุ่นที่1 เมื่อโตเต็มวัยจะเข้ารับหน้าที่ทั้งหมดแทนมดราชินีคือหาอาหาร ดูแลและปกป้องรังจากศัตรู ทำความสะอาดไข่และตัวอ่อน ส่วนหน้าที่ของราชินีคือวางไข่และควบคุมกิจกรรมของมดงานทั้งหมดภายในรัง โดยการสื่อสารที่ใช้สารเคมีที่ชื่อ ฟีโรโมน จะเห็นได้ว่ามดราชินีมีความจำเป็นอย่างมากในการดำรงค์ชีวิตของครอบครัวมดแดง

3.ช่วงแพร่ขยายอาณาจักร
 
  • ใน รอบ 1 ปี มดราชินีสามารถวางไข่ได้ทุกฤดูเพราะมดมีอัตราการตายสูง เมื่อมดราชินีมีอายุมากขึ้นก็จะสามารถวางไข่ได้เพิ่มมากขึ้นด้วย แต่ในรังต้องมีอาหารที่สมบูรณ์ ตามต้มไม้มีใบดก เขียวชะอุ่ม หนาทึบ และปลอดภัย ในรอบ 1 ปีหรือ 3 ฤดู มดราชินีจะผลิตไข่ออกมาน้อยในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว เพราะว่าถ้ามดราชินีผลิตมดงานมาจำนวนมาก ก็จะทำให้อาหารที่มดแดงช่วยกันสะสมในฤดูร้อนหมดไปเร็ว ในฤดูร้อนกลางช่วงเดือนกุมภาพันธุ์ ถึง กลางเดือนพฤษภาคม มดราชินีจะผลิตไข่มดเพศผู้และมดเพศเมียรวมทั้งไข่มดงานจำนวนมาก การที่ผลิตไข่ออกมามากเพื่อให้มดงานช่วยกันหาอาหารและขนอาหารที่มีอยู่อุดม สมบูรณ์ในฤดูร้อนมาเก็บไว้ในรังเพื่อจะได้ใช้ในฤดูหนาวและฤดูฝน และมดเพศผู้เพศเมียที่ผลิตมา เพื่อให้ออกไปผสมพันธุ์และดำรงค์เผ่าพันธุ์ใหม่ ปัจจัยในการผลิตมดเพศผู้และเพศเมียเป็นตัวกำหนดการประกอบด้วย เวลาในรอบปี อาหารที่เป็นประโยชน์ และอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตของตัวอ่อน ขนาดรังที่ใช้บรรจุไข่ ฮอร์โมนหรือฟีโรโมน ที่ผลิตโดยตัวและอายุของราชินีมดเพศผู้และมดเพศเมียเมื่อ เป็นตัวเต็มวัย ระยะแรกจะยังคงอยู่ในรังก่อน เพื่อคอยมลภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมในการเริ่มต้นออกจากรัง และจากสภาพแวดล้อมนี้เป็นเหตุสำคัญในการกระตุ้นการออกจากรังของมดเพศผู้และ มดเพศเมีย ปัจจัยในการผลติมดเพศผู้ มดเพศเมียและมดงาน ได้แก่ อาหารที่สมบูรณ์ และอุณหภูมิที่เหมาะสม ตลอดจนการเจริญเติบโตของตัวอ่อน ขนาดของของรังที่บรรจุไข่ ฮอร์โมน หรือ ฟีรโรโมน ที่ผลิตโดยราชินี และอายุของราชินี มดเพศผู้และมดเพศเมียเมื่อเป็นตัวเต็มวัยระยะแรกจะยังคงอยู่ในรังก่อน เมื่อเข้าสู่สภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมจะบินออกไปจากรังเพื่อผสมพันธุ์ต่อไป

Classification

posted on 30 Dec 2010 23:54 by redantbehavior
การจัดหมวดหมู่ทางสังคม
 

 
  • มดแดงแดงเป็นสัตว์สังคม เนื่องจากมดแดงชอบอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ช่วยกันสร้างรังออกไข่เลี้ยงดูออกอ่อนให้เจริญเติบโตเป็นสมาชิกใหม่ขยายประชากรมดแดงให้เพิ่มมากขึ้น ภายในรังของมดแดง จะมีสมาชิก ดังต่อไปนี้
  • 2.1 แม่เป้งหรือนางพญา (Queen Caste) มีรูปร่างขนาดใหญ่กว่ามดแดงธรรมดามีขนาดเท่ากับตัวแตนหรือตัวต่อบางชนิด ลำตัวมีสีเขียวปนน้ำตาลมีปีกสำหรับบิน มีหน้าที่ออกไข่คล้ายกับนางพญาผึ้งเมื่อใดที่แม่เป้งเห็นว่าสภาพไม่เหมาะ ในการสร้างรังและวางไข่แม่เป้งจะทิ้งรังเดิม แล้วบินไปหาแหล่งที่อยู่ใหม่ ที่มีน้ำอาหารอุดมสมบูรณ์ ต้นไม้ที่มีใบดก เขียวชอุ่ม หนาทึบ และไม่มีศัตรูรบกวน

รูปแสดงนางพญาและพ่อพญา

  • 2.2 มดดำหรือพ่อพญาหรือพ่อพันธุ์ (Male Caste) จะพบพ่อพญาในฤดูผสมพันธุ์เท่านั้น คือประมาณเดือนเมษายน ถึงเดือนมิถุนายนหรือต้นฤดูฝนเนื่องจากพ่อพญาจะต้องผสมพันธุ์กับนางพญาหรือแม่เป้งเพื่อให้แม่เป้งบินไปสร้างรังแล้ววางไข่ คล้ายการผสมพันธุ์ของผึ้งเมื่อมดดำผสมพันธุ์กับแม่เป้งแล้ว ไม่นานก็จะตายจนกว่าจะถึงฤดูกาลมดดำจะถูกฟักออกมาอีกครั้ง มดดำจะมีปีกสำหรับบินได้ลักษณะพิเศษนี้คล้ายแมลงเม่าของปลวก

  • 2.3 มดแดงหรือมดงาน (Workers Caste) ได้แก่ มดแดงที่พบเห็นกันโดยทั่วไป มีหน้าที่สร้างรัง หาอาหารเลี้ยงดูตัวอ่อน ตลอดทั้งการป้องกันศัตรูผู้รุกรานมดแดงทุกตัวทำหน้าที่ทุกอย่างด้วยความขยันขันแข็งตลอดเวลา แม้ในเวลากลางคืนหากไม่มีอาหารที่สะสมไว้ในรัง มดแดงก็จะออกหาอาหาร โดยไม่หยุดพักผ่อนเลย                                                            รูปแสดงมดงาน

Adventage

posted on 30 Dec 2010 23:50 by redantbehavior

ประโยชน์ของมดแดง

  • ประโยชน์ของมดแดง มีมากมายหลายประการ พอสรุปได้เป็นหัวข้อ ดังนี้

6.1 ใช้เป็นอาหาร ได้จากไข่ และตัวมดแดง มดแดงมีกรดน้ำส้ม ให้รสเปรี้ยว อร่อย
มีคุณสมบัติเป็นกรดใช้แทนมะนาว หรือน้ำส้มสายชู ให้รสชาติอร่อยกลมกล่อมรายการอาหารที่ได้จากมดแดงและไข่มดแดง ได้แก่ ยำไข่มดแดง ก้อยไข่มดแดงห่อหมกไข่มดแดง ต้มยำปลาช่อนไข่มดแดง แกงขี้เหล็กไข่มดแดง ทอดไข่ยัดไส้เป็นต้น



6.2 ใช้เป็นสมุนไพรรักษาโรค ดังนี้


6.2.1 ใช้สูดดมแก้ลมวิงเวียน หน้ามืด ตาลาย โดยใช้มดแดง นำมาขยำแล้ว สูดดม
6.2.2 แก้ท้องร่วง ใช้เนื้อไก่พื้นบ้าน นำส่วนที่เป็นเนื้อแหย่เข้าไปในรังมดแดงเมื่อมดแดงกัดได้ปริมาณมากดึงออกมาแล้วใช้มือขยำนำไปย่างไฟให้สุกรับประทานขณะที่ยังร้อน อาการท้องร่วงจะบรรเทาและหายไป
6.2.3 แก้ท้องผูกนำมดแดงมาต้มใส่น้ำสะอาด ประมาณ 1 – 2 ถ้วย พอเดือดยกลงแต่งรสโดยใช้เกลือพอเหมาะ กรองด้วยผ้าขาวบาง ดื่มทันทีอาการท้องผูกจะหาย
6.2.4 ใช้ลบรอยไฝหรือขี้แมลงวันโดยจับเอาตัวมดแดงกัดตรงเม็ดไฝ ให้มันเยี่ยวใส่ ถ้าไฝเม็ดโตให้กัดหลายตัวพร้อมกัน ด้วยฤทธิ์ของน้ำกรดไฝจะบวมและเปื่อยละลายเอาสีดำไหลออกมา เมื่อแผลหายจะไม่ปรากฏเม็ดไฝอีกต่อไปมีเพียงรอยแผลเป็นเล็กน้อยเท่านั้น
6.2.5 ใช้แก้โรควูบนำรังมดแดงร้างที่เกิดจากต้นคูณมาใส่หม้อนึ่งต้มให้เดือดแล้วใช้ผ้าคลุมศีรษะอังกับไอน้ำเดือด สูดเอาไอร้อนปฏิบัติอยู่เป็นประจำ ผู้ที่เป็นโรควูบจะมีอาการดีขึ้นและหายไปในที่สุด


6.3 ใช้กำจัดศัตรูพืช ต้นผลไม้ต่างๆ ตลอดทั้งพืชผัก เช่น บวบ ถั่วฝักยาวแตงร้าน หากมีมดแดงอาศัยอยู่ จะปราศจากหนอน แมลง เพลี้ย รบกวนเนื่องจากมดแดงจะจัดการนำไปเป็นอาหารจนหมดสิ้นต้นมะม่วงที่มีปัญหาเพลี้ยจักจั่น เพลี้ยแป้งในต้นมะขามหากนำมดแดงไปเลี้ยงเอาไว้ จะหมดปัญหาไป ทำให้ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นลดต้นทุนการกำจัดศัตรูพืชและปลอดสารพิษด้วย


6.4 ให้ความเพลิดเพลินผู้ที่เลี้ยงมดแดงทุกคน จะมีความเพลิดเพลิน ไม่เคร่งเครียดมดแดงจะช่วยผ่อนคลาย ทำให้เกิดคุณธรรมที่ได้จากการเฝ้าสังเกตพฤติกรรมการดำรงชีวิตของ มดแดงอยู่เสมอ มดแดงให้ข้อคิดคติและสัจธรรมแก่เรามากมายหลายประการซึ่งผู้ที่เลี้ยงมดแดงทุกคนสามารถสัมผัสได้